ตั้งแต่เมื่อก่อนจนถึงตอนนี้ ปัญหาจุดอับสัญญาณมือถือก็ยังคงอยู่มาตลอด แต่ถึงเวลาที่เทคโนโลยีดาวเทียมใช้กันจนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกแล้ว และก็ถูกเอามาใช้แก้ปัญหานี้สัญญาณมือถือ ซึ่ง ASTS กำลังจัดการปัญหานี้ให้หายไปสักที
แต่ด้วยธุรกิจที่ยังอยู่แค่ช่วงเริ่มต้น เผาเงินลงทุนมหาศาล แต่ก็เริ่มมีจุดเปลี่ยนรายได้กำลังมา แถมได้แรงหนุนจากกระแส IPO SpaceX อีก ไม่แน่ว่านี่อาจถึงเวลากลุ่มหุ้น Space เปิดตัวเป็นอีกธีมที่ไม่ไกลตัวอีกต่อไป
ASTS กับธุรกิจที่ดูเหมือนจะ Hack แต่ก็ไม่ได้ Hack วงการสัญญาณมือถือ
AST SpaceMobile หรือ ASTS ถ้าดูผิวๆ คงคิดว่าเป็นหุ้นบริษัททำจรวดหรือดาวเทียม แต่จริงๆ แล้วบริษัททำธุรกิจเครือข่ายดาวเทียมสัญญาณมือถือที่ส่งลงมาจากดาวเทียม มันคือการเอาเสาสัญญาณมือถือไปไว้ในอวกาศ แล้วคนที่ใช้มือถือที่มีอยู่ต่อได้เลย ก็ไม่ต้องไปติดเสาหรืออุปกรณ์เพิ่มด้วย
ผู้ใช้จะโทรจะรับส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต 4G/5G ก็ทำได้ทันที ที่สำคัญโมเดลธุรกิจนี้ถูกสร้างมาเพื่อแก้ปัญหาจุดอับสัญญาณ อย่างที่เราเจอกันบ้างเวลาไปต่างจังหวัด แต่อันนี้ลองนึกถึงที่อยู่ในป่าลึก ภูเขา ทะเลทราย ผู้ให้บริการเครือข่ายคงขยายเสาสัญญาณไปไม่ถึง แต่ถ้ามี ASTS ก็ให้บริการได้ไม่ต่างจากอยู่ในเมือง
และใช่เลยว่า ASTS ไม่ได้ทำธุรกิจแข่งกับผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณมือถือ แต่มีผู้ให้บริการเป็นลูกค้า ถ้าจะบอกว่าเป็นลูกค้าทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะบางเจ้าก็เป็นพันธมิตรให้เงินลงทุนด้วย อย่าง Google, AT&T แล้วก็มีที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น Orange, Vodafone, CK Hutchison
สำหรับเพื่อนๆที่อยากสนับสนุนเทรนด์ลงทุน สามารถสนับสนุนทางเพจได้ด้วยการสมัครสมาชิกช่อง Youtube หรือลงคอร์สเรียนกับเพจได้ครับ
ส่วน Substack อันนี้ทีมงานจะเขียนให้อ่านฟรีไปเรื่อยๆครับ เป็นการขอบคุณลูกเพจและเพื่อนๆทุกคนด้วย
สนใจคอร์ส AI+Leading Indicator ดูรายละเอียดและลงทะเบียนได้ที่นี่ครับ
โครงสร้างรายได้มีแต้มต่อ มีหวังได้ดีลรัฐบาลเมกา
ช่วงนี้ที่บริษัทยังแค่เริ่มทำธุรกิจ ยังแทบไม่มีรายได้ประจำตามแบบฉบับทั่วไป รายได้รวมมาจาก 3 แหล่ง แบ่งเป็น
1. รายได้ Prepayment จากบริษัทเครือข่ายสัญญาณมือถือ เป็นรายได้ที่ต้องการมากที่สุดในตอนนี้ อย่าง Q4/25 ก็ได้ Prepayment มา $175 million จากข้อตกลง 10 ปีกับ stc Group รายได้ส่วนนี้เปลี่ยนมาจาก Commitment กับพันธมิตร ซึ่ง Q4/25 มี Commitment สะสมไว้แล้ว $1,200 million
2. รายได้จากการให้บริการสัญญาณ ฝั่ง ASTS จะเก็บค่าบริการกับบริษัทเหล่านั้น ซึ่ง ASTS อาจคิดค่าบริกาจากปริมาณการใช้หรือเลือกทำสัญญาระยะยาว ASTS เผยว่ามีความร่วมมือกับผู้ให้บริการทั่วโลกกว่า 50 บริษัท ครอบคลุมผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคน
3. รายได้จากสัญญากับภาครัฐ ต้องเข้าไปประกวดเพื่อให้ได้โปรเจก เป็นงานที่ ASTS กำลังเน้น เริ่มมีได้สัญญาบ้างแล้ว ล่าสุดได้งาน HALO Europa Track 2 จาก Space Development Agency มูลค่า $30 million เพื่อทดสอบส่งสัญญาณตรงเข้าอุปกรณ์ในสนามรบ แล้วก็ได้รับคัดเลือกเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาโครงการ SHIELD (Network ระบบป้องกันขีปนาวุธ) จาก U.S. Missile Defense Agency
บริษัทต้องเร่งขยายธุรกิจแล้วผลักดันให้ Commitment แปลงเป็นรายได้จริง ไม่ว่าจะผ่าน Prepayment หรือเริ่มใช้บริการ ซึ่งในอนาคตรายได้จากการให้บริการสัญญาณก็ต้องมากพอเป็น Recurring Income ให้ได้ เพื่อมาทดแทนรายได้ Prepayment ที่คงจะมีได้แค่ช่วงแรกๆ อย่างช่วงนี้เท่านั้น
ส่วนงานภาครัฐก็สำคัญ ต้องเร่งทำแต้ม นอกจากรายได้แล้วจะได้เอาไว้เรียกความน่าเชื่อถือ ซึ่งน่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะเมื่อปลายปีที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งเซ็นคำสั่ง Ensuring American Space Superiority มีหลายเป้าหมาย และมีบางเป้าน่าจะเป็นผลดีกับ ASTS บ้าง เช่น ขยายอุตสาหกรรมปล่อยดาวเทียมเชิงพาณิชย์, ส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศภาคเอกชน
รายได้เริ่มมาแต่ยังขาดทุน คาดการณ์ปี 2026 โตอย่างน้อยเท่าตัว
Q4/25 ทำรายได้ $54.3 million จาก Q3/25 ที่มีรายได้ $14.7 million รวมทั้งปี 2025 มีรายได้ $70.9 million จากปี 2024 ที่ $4.4 million
ค่าใช้จ่าย SG&A ใช้ไป $26.2 million ค่อนข้างทรงตัว Q3/25 ใช้ไป $29.8 million และ Q2/25 ใช้ไป $27.2 million แต่ค่าใช้จ่ายไปเพิ่มที่ R&D ซึ่ง Q4/25 อยู่ที่ $55.2 million จาก Q3/25 อยู่ที่ $46.4 million และ Q2/25 อยู่ที่ $35.0 million ก็ไม่แปลก ช่วงนี้บริษัทยังไงต้องเน้นตรงจุดนี้
Net Income ขาดทุน $74.0 million ลดลงเล็กน้อยจาก Q3/25 ที่ $122.9 million แต่เพิ่มจาก Q4/24 ที่ $35.9 million รวมทั้งปีขาดทุนไป $341.9 million สาเหตุหลักก็จากค่าใช้จ่ายที่ยังเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดก็ยังไม่ว่าอะไรในช่วงที่บริษัทกำลังเริ่มเติบโต
สิ้นปี 2025 บริษัทมีเงินสด $2,800 million และรวมสภาพคล่องสำรองจะมีทั้งหมด $3,900 million
ตอนนี้บริษัทเปิด 15 gateways (สถานีรับสัญญาณภาคพื้น) ให้บริการบริษัทเครือข่ายสัญญาณมือถือใน 5 ทวีป ชัดว่าเริ่มเปิดตลาดเชิงพาณิชย์เต็มที่ ส่วนดาวเทียมมีโคจรอยู่ทั้งหมด 6 ดวง ใช้งานได้แล้ว 5 ดวง อีกดวงกำลังทดสอบ ชื่อ BlueBird 6 ล่าสุดกางตัวออกเรียบร้อยแล้ว ใกล้ได้ใช้งานจริง และจะเป็นดาวเทียมสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่ที่สุดใน Low Earth Orbit
ตรงนี้แวะนิดนึง ASTS จะสร้างแผงดาวเทียมทีละแผงก่อน เรียกว่า Micron แล้วเอามาประกอบกันเป็นแผงของดาวเทียม จากนั้นพับแผงเพื่อเตรียมยิงดาวเทียมขึ้นอวกาศ พอเข้าวงโคจรแล้วก็ค่อยกางใช้งานจริง
ที่ผ่านมา ASTS ใช้บริการบริษัทจรวดขนส่ง เช่น SpaceX, ISRO แล้วมีเพิ่ม Blue Origin เป็นพาร์ทเนอร์อีกเจ้า
รับแผนปี 2026 ที่ตั้งเป้ามีดาวเทียม 45-60 ดวง ดวงที่จะส่งต่อไป คือ BlueBird 7 ตอนนี้พับแผงเตรียมยิงในเดือน มี.ค. แล้ว ส่วนที่เหลือมีแผนจะปล่อยทุก 1-2 เดือน ให้ได้ตามเป้า
BlueBird 8 ถึง BlueBird 29 กำลังอยู่ในขั้นตอนสร้าง ตั้งเป้าผลิตแผงของดาวเทียม (Micron) เหล่านี้ให้เทียบเท่าดาวเทียม 40 ดวง ภายในครึ่งแรกของปี 2026 บริษัทเลยลงทุนซื้อโรงงาน 4 แห่ง ที่ Midland, Texas
เสริมจากเปิด Gateway ไป 15 แห่ง ถ้าส่งดาวเทียมตามแผนนี้ได้ ประกอบกับ Commitment ที่มีอยู่เพียบ เท่ากับว่าปี 2026 บริษัทจะเข้าสู่ขั้นทำรายได้เชิงพาณิชย์เต็มตัว และปี 2027 รายได้จะยิ่งก้าวกระโดดได้อีกหลายเท่าตัว
ชน Starlink และ Viasat แบบนี้งานหินสำหรับ ASTS หรือไม่?
ตอนที่หาข้อมูลหุ้นก็เจอว่า ASTS จัดอยู่ในกลุ่มหุ้น Space แล้วทุกบริษัทในกลุ่มนี้ก็ดูเหมือนเป็นคู่แข่งไปหมด แต่ความจริงแล้วมีความหลากหลายมาก มีบางบริษัทเท่านั้นที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน
อย่างที่เข้ามาในหัวแทบจะทันทีเลยคงหนีไม่พ้น Starlink แต่มันต่างกันตรงที่ Starlink หาผู้ใช้เอง ผู้ใช้จะซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณจากดาวเทียมเอง ถึงจะหาโอกาสจากเรื่องจุดอับสัญญาณในพื้นที่ห่างไกลเหมือนกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าผู้คนในบางที่ไม่สามารถรับค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ของ Starlink ได้ โดยเฉพาะประเทศ Emerging Market
อาจเลือกใช้บริการจากบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณจะประหยัดแล้วก็ยืดหยุ่นกว่า (มีแพ็คเกจหลากหลาย) เลยมองได้ว่ากับ Starlink เนี่ย บุกตลาดเดียวกันแต่คนละเส้นทาง ซึ่ง ASTS ก็มีข้อได้เปรียบที่สู้ Starlink ได้
อีกบริษัทที่รับส่งข้อมูลระหว่างพื้นกับดาวเทียม คือ Viasat เจ้านี้ผู้ใช้ก็ต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณเหมือน Starlink แต่ Viasat ให้บริการแบบ B2B เช่น สายการบิน, เดินเรือ (In-flight Wifi) แล้วก็มีหน่วยงานรัฐ
คู่แข่งที่ดูใกล้เคียงสุดคงเป็น Globalstar ที่มี Apple เป็นสปอนเซอร์หลัก ซึ่งก็ทำให้ Globalstar มีลูกค้าหลักแทบทั้งหมดเป็น Apple กับฟีเจอร์ Emergency ใน iPhone ส่วนเล็กๆน้อยๆ จะเป็นบริการกับอุปกรณ์ IoT, tracking, voice low-bandwidth
ถ้าส่งดาวเทียมล่าช้า นั่นหมายถึงบริษัทขาดทุนนานกว่าแผน
จะเห็นว่าบริษัทเริ่มทำรายได้จากการปล่อยดาวเทียมไป 6 ดวง แล้วมีแผนเร่งส่งขึ้นไปอีกเพียบ ชัดว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยน Commitment เป็นลูกค้าจริง เปลี่ยนเงิน R&D ที่เคยลงทุนเป็นรายได้ แต่ถ้าการส่งดาวเทียมขึ้นไปล่าช้า ตลาดพร้อมจะเทขายอยู่แล้ว
แถมกลายเป็นว่าดาวเทียมก็ปล่อยขึ้นไปแล้ว เงินลงทุนทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็นภาระทันที ขยายธุรกิจจนเกินขนาด ไปเผาเงินสดที่เก็บไว้อีก
พอส่งดาวเทียมขึ้นไปใช้งานแล้ว สัญญาณต้อง “ครอบคลุม” และ “เสถียร” เพราะมีทั้งคู่แข่งโมเดลธุรกิจเดียวกันหรือคล้าย รอเสนอตัวเป็นทางเลือกแย่งส่วนแบ่งตลาดแน่นอน
สุดท้ายถึงทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนทั้งหมด แต่ถ้าเรื่องกฎระเบียบใบอนุญาตมีปัญหา เมื่อนั้นทุกอย่างที่ทำมาก็ล่าช้าอยู่ดี แล้วยิ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ด้วย ประเด็นนี้คงต้องติดตามด้วยเหมือนกัน
ราคากับความคาดหวังไปไกลเกินพื้นฐาน นี่คือหุ้น High Risk - High Reward อย่างชัดๆ
หุ้นที่มี P/S วิ่งที่ 100 เท่า มาตลอด คงไม่ใช้หุ้นราคาถูกหรือราคาเหมาะสม นี่คือหุ้นที่แพงซึ่งดันด้วยความคาดหวังเพียบ ถ้าสิ่งที่คาดหวังไว้สะดุดนิดเดียว ด้วยราคาที่วิ่งแรงขึ้นมาขนาดนี้ด้วยธีมหุ้นอนาคต ซึ่งราคามักนำความจริงไปหลาย Downside รออยู่เต็มกราฟ
แต่ถ้าโครงการเป็นไปตามแผน รายได้เพิ่ม ขาดทุนลดลง ตลาดยิ่งตื่นเต้นดันราคาไปต่อได้ด้วย Valuation ประมาณนี้ Upside ก็เปิดไว้อีกไม่น้อย
หุ้นของ ASTS คงเป็นแค่หุ้น Thematic ผสมเก็งกำไรตามกระแส ไม่ใช่ตัวหลักอะไร ด้วยแนวคิดถ้าปังก็เฮงเลย ถ้าไม่ปังก็จำกัดความเสียหายไม่ให้กระทบทั้งพอร์ต
สรุป ASTS Q1 2026 เพิ่มเติม
งบหลุดเป้าไปหน่อยเพราะการส่งมอบที่ล่าช้า Guidance ทั้งปียังคงเดิม มีให้เป้าเพิ่มเติมว่าปี 2027 จะมีรายได้ประมาณ $1 Billion เทียบเป้ารายได้ปี 2026 ที่ $150-$200 Million คือจะเป็นการเติบโตมหาศาลมากๆ แต่ก็มีประเด็นเรื่องการปรับ CapEx Guidance ปีนี้ขึ้นเป็น $575-650 Million ทำให้ Runway ของบริษัทอยู่ที่ 8-10 ไตรมาสก่อนต้องระดมทุนรอบใหม่
ความเสี่ยงสูงสุดยังคงเป็นคู่แข่ง Starlink ที่มีดาวเทียม 650+ ดวง เริ่มให้บริการกับ T-Mobile ตั้งแต่ปีที่แล้ว ไตรมาส 2 ต้องดูการเติบโตของรายได้ว่ามาตามนัดไหม และการ Launch ดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในเดือนมิถุนายน-กันยายนครับ













